ถ้าเราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามว่า “ชีวิตนี้ คุณกลัวอะไรที่สุด ?” ทุกคนจะตอบว่าอะไรกันครับ? บางท่านอาจจะบอกว่า กลัวไม่มีเงิน ไม่มีงาน ไม่มีคนรัก ไม่มีลูก ไม่มีคนดูแล กลัวผี กลัวมนุษย์ กลัวตาย กลัวการสูญเสีย ฯลฯ แต่สำหรับเจ้าของกระทู้นี้ pantip.com/topic/34745613 คำตอบของเค้าคือ “กลัวการไม่มีพ่อแม่ครับ”

โดยเจ้าของกระทู้เล่าให้ฟังว่า โตมากับคุณพ่อคุณแม่ และพี่ชาย เป็นครอบครัว 4 คน ที่รักกัน ตอนประถมก็ถือว่าฐานะที่บ้านค่อนข้างดี อยากได้อะไรได้ อยากไปเที่ยวได้ไป ช่วยที่บ้านทำงาน และเรียนหนังสือ แต่แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนของครอบครัว เมื่อตอน ม.ปลาย ที่ตอนนั้น คุณแม่ออกจากงานมาเลี้ยงลูกให้พี่ชาย ดังนั้นรายได้ครอบครัวก็เลยมาจากเงินเดือนของคุณพ่อนิดหน่อย และของพี่ที่ส่งมาให้ และมารู้ว่า คุณแม่ป่วย เพราะน้ำหนักลดจาก 70 กว่า เหลือ 50 เท่านั้น และพอไปตรวจที่รพ.ประจำอำเภอก็ได้ยาแก้ไอมากิน แต่อาการไม่ดึขึ้น จนไปตรวจที่คลีนิก ก็เลยได้รู้ว่าคุณแม่มีน้ำท่วมปอดเยอะมาก และพอพาไปตรวจที่รพ.ในเมือง ปรากฎว่า….. คุณแม่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ทุกคนรู้สึกช็อค และเสียใจมากๆ เพราะคุณแม่เหมือนเป็นศูนย์กลางครอบครัว ทำเพื่อคนอื่น ทุ่มเทเพื่อครอบครัวมาตลอด

หลังจากนั้นแม่ก็รักษาตัวมาตลอดด้วยการให้คีโม ซึ่งทำให้แม่เจ็บปวดร่างกายอย่างมาก ทั้งปวดกระดูก อาเจียน ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งจะวนเวียนแบบนี้ทุกครั้งที่ให้คีโม กลางคืนแม่ก็จะปวดมาก ปวดจนร้องไห้ ทำให้ตอนนั้นเจ้าของกระทู้รู้เลยว่า เขากลัวเสียแม่ไปมาก กลัวคุณแม่จะสู้ไม่ไหว กลัวจะถอดใจ กลัวไปทุกอย่าง และพอจบคอร์สให้คีโม คุณแม่ก็บอกว่า “ขอกลับมารักษาด้วยวิธีพื้นบ้าน ถ้าจะตายก็ขอมาตายที่บ้าน” ซึ่งทางครอบครัวก็ตกลงตามที่แม่เลือก และหาวิธีสารพัดที่คนอื่นทำกันแล้วได้ผลดี ทำมาเรื่อยๆ ซึ่งดูภายนอกเหมือนคุณแม่จะดีขึ้นมากๆ และครอบครัวก็คิดว่าคุณแม่น่าจะหายแน่ๆ แต่ว่าพอไปตรวจ คุณหมอก็บอกว่า…. มะเร็งของคุณแม่จากที่เป็นที่ปอด ตอนนี้ลามไปต่อมน้ำเหลือง ลามไปที่กระดูกแล้ว

ทุกคนเริ่มทุกข์ใจอีกครั้ง เริ่มคิดว่าว่าจะไม่มีปาฏิหาริย์จริงๆใช่ไหม และรอบนี้มีทางรักษา 2 อย่างคือ ทำคีโมต่อ กับกินยา ซึ่งราคายาเม็ดละ 2,500 บาท กินวันละเม็ด ค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 60,000 บาท และต้องกินจนครบปี ซึ่งถ้าดูจากสถานการณ์ครอบครัวก็ต้องบอกว่าถ้าเลือกกินยาก็ลำบากแน่นอน แต่ว่าทุกคนก็คิดว่า เงินเป็นสิ่งที่หาใหม่ได้ ไม่เป็นไร เลยตัดสินใจซื้อยามากิน เดือนละ 60,000 บาท

โดยเจ้าของกระทู้ได้เขียนบอกว่า คุณแม่กินยามาได้ 3 จะ 4 เดือนแล้ว หมดเงินไปหลายแสนมาก พอไปตรวจหมอก็บอกว่าดีขึ้น แต่คุณแม่จะหยุดยา เพราะว่าแพง หาเงินไม่ทัน แต่หมอยังต้องให้กินต่อ และยังมีเรื่องของเงินที่เจ้าของกระทู้ต้องใช้เรียนต่ออีก ทำให้ที่บ้านใช้เงินเยอะมาก แต่เจ้าของกระทู้และครอบครัวก็หวังว่า แม่จะต้องหาย เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม และอยากบอกให้กับทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ว่า

เราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของเรา หรือเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กับคนที่รัก ดังนั้น ควรทำทุกวินาทีให้มีค่าที่สุด ดูแลคนที่คุณรัก และรักคุณให้มากที่สุดในตอนที่ท่านยังอยู่กับเรา อย่าละเลยท่าน รักท่านให้มากๆ ใส่ใจท่านให้มากๆ เพราะถ้าหากวันไหนที่ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว เรานั่นแหละจะเสียใจที่สุด

ทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกอย่างไรบ้างครับ พิมพ์มาบอกกับทาง TIPlife ให้ฟังบ้างนะครับ
และสำหรับท่านไหนที่อยากดูแลคนที่รัก ให้เขาได้รับการรักษามะเร็งที่เหมาะสม TIPlife จึงอยากขอแนะนำ
TIPlife Smart Cancer ตรวจพบโรคมะเร็งครั้งแรก รับเงินสูงสุด 1 ล้านบาท* ค่าเบี้ยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียงวันละไม่ถึง 3 บาท** และยังคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี 50,000 บาท อีกด้วย

คลิก!! 👉 bit.ly/TIPLIFESmartCancer

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

* มีความคุ้มครองให้เลือก 3 แผน (250,000 / 500,000 / 1,000,000)
** คำนวณจากอัตราเบี้ย เพศหญิง อายุ 20-25 ปี แผนความคุ้มครอง 250,000 บาท

#TIPlife #ThePowerBesideYou
#พลังที่เคียงข้างคุณตลอดไป #ทิพยประกันชีวิต

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *